แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ (หมอเพ็ญ) คุณหมอผู้อุทิศตนให้กับการแพทย์แผนไทย


แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ (หมอเพ็ญ) คุณหมอผู้อุทิศตนให้กับการแพทย์แผนไทย : 

แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ (หมอเพ็ญ) คุณหมอผู้อุทิศตนให้กับการแพทย์แผนไทย
แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ (หมอเพ็ญ)

และแล้วเมื่อเวลา 11.20 น. ในวันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2551 ณ ห้อง 920 ชั้น 9 ตึก 84 ปี โรงพยาบาลศิริราช มะเร็งถุงน้ำดีบริเวณท่อน้ำดีก็ได้พรากชีวิต แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ หรือ หมอเพ็ญ สาธารณสุขนิเทศก์เขต 8, 9 กระทรวงสาธารณสุข แพทย์แผนปัจจุบันที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ปลุกชีวิตแพทย์แผนไทย ไปอย่างไม่มีวันกลับหลังเข้ารับการรักษาตัวครั้งสุดท้ายที่ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และรักษาตัวในโรงพยาบาลเรื่อยมากว่า3 เดือนจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

กว่า 20 ปี ที่หมอเพ็ญ ต่อสู้เพื่อวงการแพทย์แผนไทย จากยุคซบเซาข้ามผ่านสู่ยุครุ่งเรือง ทำให้คนไทยกลับมาให้การยอมรับการรักษาแบบแผนไทยและการใช้สมุนไพรอีกครั้ง จนกระทั่งกระทรวงสาธารณสุขได้ก่อตั้งกรมพัฒนาการแผนไทยและการแพทย์ทางเลือกขึ้น โดยหมอเพ็ญได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในปี 2545

หมอเพ็ญ เป็นแพทย์แผนปัจจุบันคนแรกที่บุกเบิกนำสมุนไพรมาใช้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันในโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งได้รับความสนใจ มีผู้เข้าศึกษาดูงานทั้งจากในและต่างประเทศ ผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของงานแพทย์แผนไทย จึงบรรจุเป็นนโยบายระดับชาติ ถือเป็นต้นแบบให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ นำการรักษาแบบแพทย์แผนไทยมาให้บริการผู้ป่วยควบคู่กับการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน จนสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างมาก

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการศึกษาความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทย หมอเพ็ญได้ทุ่มเทเรียนรู้ทั้งภาษาท้องถิ่น ภาษาพื้นเมือง ภาษาโบราณ เพียงเพราะต้องการให้สามารถแปลตำรายาแผนโบราณที่ตกทอดสืบต่อกันมาได้อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปพัฒนาให้ทันสมัย พร้อมกับจัดทำเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์และซีดีรอมเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย เผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอีกทางหนึ่งด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ หมอเพ็ญยังมีผลงานวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรจำนวนมาก อาทิ
- การศึกษาการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสาธารณสุขของรัฐ
- การศึกษาและจัดทำโปรแกรมวินิจฉัยตรวจสุขภาพแบบแพทย์แผนไทยกว่า 50 เรื่อง เช่น เรื่องยาดองเหล้า ผักพื้นบ้านอาหารต้านโรค คู่มือการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนเอง น้ำสมุนไพร 108 และเรื่องเล่าหมอเพ็ญ 1-5 เป็นต้น
- รวมถึงมีผลงานวิจัยกว่า 20 เรื่องทั้งการศึกษาองค์ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (พืชสมุนไพรและการนวดไทยพัฒนาองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติและสนับสนุนให้ประชาชนพึ่งตนเอง) จนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของหมอนวดแผนโบราณ แตกต่างจาก หมอนวด ที่เป็นหญิงค้าบริการทางเพศเช่นในอดีต

ซึ่งการที่หมอเพ็ญสนใจและให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทยนั้น หมอเพ็ญเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เพราะมีคุณพ่อเป็นหมอพื้นบ้าน จึงคลุกคลีใกล้ชิดกับงานแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่เกิด เห็นยาไทยที่คุณพ่อปรุง สามารถรักษาคนหายจากโรคได้จริง ในฐานะลูกก็รู้สึกภูมิใจมาก กอปรกับสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีโอกาสได้เรียนรู้งานการช่วยเหลือผู้ป่วยในแถบชนบท สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเบ้าหลอมให้หมอเพ็ญตั้งใจมั่นที่จะเป็น ผู้นำทางด้านนี้ให้ได้

คุณงามความดีของหมอเพ็ญ ได้รับการยอมรับและเชิดชูเกียรติให้เป็น
- แพทย์ดีเด่นชนบทประจำปี 2529 จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- แพทย์ดีเด่นในโรงพยาลประจำอำเภอ ประจำปี 2527 จากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์
- แพทย์สตรีที่มีผลงานดีเด่นทางด้านสังคมชนบทประจำปี 2529 จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
- ศิษย์เก่าคณะแพทย์ดีเด่น ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2530, 2540 และ 2541

แม้ตลอดการทำงานของหมอเพ็ญตั้งแต่เข้ารับราชการครั้งแรกที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีเมื่อปี 2523 จนเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังน้ำเย็น, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี, ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์, ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย, รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสาธารณสุขนิเทศก์เขต 8, 9 มีหลายต่อหลายครั้งที่สร้างความท้อถอยและกำลังใจให้แก่นักบุกเบิกผู้นี้ไปพร้อมๆ กัน ดังเช่นครั้งที่ถูกโยกย้ายให้พ้นงานที่รักจากตำแหน่งรองอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ ไปเป็นสาธารณสุขนิเทศก์ ในสมัย นพ.มงคล ณ สงขลา เป็น รมว.สาธารณสุข สร้างความเสียใจและท้อแท้ต่อการทำงานให้แก่หมอเพ็ญเป็นอย่างยิ่ง แต่การที่ลูกศิษย์หมอนวดแผนไทยและคนในวงการแพทย์แผนไทยเข้ามอบดอกกุหลาบเพื่อให้กำลังใจ จึงเป็นดั่งการชุบพลังให้หมอเพ็ญลุกขึ้นสู้กับงานอีกครั้ง และพร้อมจะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และยืนยันเสมอว่า ไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะทุ่มเททำงานให้การแพทย์แผนไทยตลอดไป

ถึงแม้วันนี้หมอเพ็ญจะจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยวัย 56 ปี หากแต่หมอเพ็ญได้พิสูจน์ให้ประจักษ์แล้วว่า ท่านเป็นผู้นำในการบุกเบิกงานด้านการแพทย์แผนไทยของประเทศไทยอย่างแท้จริง

ข้อมูล :
- เนื้อความต้นฉบับจาก บทความ "สิ้นขุนพลแพทย์แผนไทย พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ" จากเวบไซต์ : Technology Learning Center : เทคโนโลยี แหล่งความรู้ใหม่ ในโลกออนไลน์
- ภาพต้นฉบับจาก สถาบันการแพทย์แผนไทย (The Institute of Thai Traditional Medicine)

--------------------------------------------



Since : 23 December 2007